ค่าไฟ

ลุ้น! ลดค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 66 ลดลง 20 สตางค์ต่อหน่วย

ลุ้น! ลดค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 66 ลดลง 20 สตางค์ต่อหน่วย

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า แนวโน้มค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.66 มีโอกาสลดลงอย่างน้อย 20 สตางค์ต่อหน่วย จากงวดปัจจุบัน (พ.ค.-ส.ค.66) อยู่ที่ 4.70 บาทต่อหน่วย ส่วนหนึ่งมาจากราคา LNG ปรับลดลง

โดยปัจจุบัน ราคา LNG Spot อยู่ที่ 13.295 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ส่วนราคาถ่านหินนั้นสูงขึ้น ดังนั้น ตัวแปรสำคัญคือปริมาณก๊าซในอ่าวไทยโดยเฉพาะแหล่งเอราวัณที่กลุ่มปตท. ระบุว่าเดือน ก.ค.66 จะมีกำลังผลิตที่ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปัจจุบันที่ระดับ 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ทั้งนี้ จากประมาณการณ์ที่ ปตท. ส่งมาพบว่าราคา Pool Gas ลดลง 55.5 บาทต่อล้านบีทียู และหากคืนหนี้ให้ กฟผ. ตามที่เคยเสนอมางวดละประมาณ 20,000 ล้านบาท จะทำให้ค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.66 ลดลงอย่างน้อย 20 สตางค์ต่อหน่วย

ขณะนี้ สำนักงาน กกพ. อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอข้อมูลต่ออนุกรรมการค่าเอฟที ซึ่งคาดว่าจะเข้าพิจารณาต้นเดือน ก.ค.66 ก่อนจะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กกพ. เพื่อสรุปเป็นทางการอีกครั้งต่อสาธารณชนไม่เกินเดือน ก.ค.66

อนุกรรมการค่าไฟ จ่อพิจารณาปรับลดค่า Ft งวด พ.ค.-ส.ค.

อนุกรรมการค่าไฟ จ่อพิจารณาปรับลดค่า Ft งวด พ.ค.-ส.ค.

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) โฆษก กกพ. กล่าวว่า อนุกรรมการค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) วันนี้ (21 เม.ย. 66) จะพิจารณาเรื่องการปรับลดค่าไฟฟ้าเอฟทีสำหรับงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.66 ตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอขอรับภาระยืดหนี้การชำระค่าไฟฟ้าที่รับภาระแทนประชาชนไปก่อนจาก 2 ปี เป็น 2 ปี 4 เดือน ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวดที่ 2 ของปีนี้ เดือนพ.ค.-ส.ค. ลดลงจาก 4.77 บาท หากได้รับความเห็นชอบก็จะประกาศลดค่าไฟฟ้าต่อไป

ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.ได้ทำหนังสือ ยืนยันไปยัง กกพ. และเชื่อว่า กกพ.จะเห็นชอบปรับลดค่าไฟฟ้า เอฟที งวดที่ 2 เนื่องจากอากาศร้อนจัด ประชาชนเปิดแอร์ดับร้อนกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลเกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของปีนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ (19 เม.ย.) เวลา 20.44 น. ที่ 32,212.5 เมกะวัตต์ ซึ่งค่าไฟฟ้าเมืองไทยเป็นอัตราก้าวหน้ายิ่งใช้หน่วยจำนวนมากก็ยิ่งจ่ายแพง

สำหรับค่าไฟงวดนี้ (ม.ค.-เม.ย.66) ค่าไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัยเฉลี่ยที่ 4.72 บาทต่อหน่วย และยังมีเงินช่วยเหลือจากรัฐลดพิเศษให้ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน

กกร. กังวลถ้าขึ้นค่าไฟแล้วจะทำต้นทุนพุ่ง

กกร. กังวลถ้าขึ้นค่าไฟแล้วจะทำต้นทุนพุ่ง

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มีความกังวลเกี่ยวกับอัตราค่าไฟฟ้าที่ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้มีการเปิดรับฟังความเห็นแนวทางการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ของเดือนม.ค.-เม.ย. 66 ทั้ง 3 แนวทาง ตั้งแต่ 158-224 สตางค์ต่อหน่วย (เพิ่มขึ้น 14-28%)

กรณีมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงมากถึงสองงวดติดต่อกัน ย่อมจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน และต้นทุนในการดำเนินธุรกิจทั้งภาคการผลิตและภาคบริการที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นการบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ ดังนั้น กกร. จึงเสนอขอให้รัฐบาลพิจารณา

ชะลอการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ของเดือน ม.ค.-เม.ย. 66 ออกไปก่อน เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชนและภาคธุรกิจ เนื่องจากแนวโน้มราคาค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าในปี 66 ตามข้อมูลจาก กกพ. จะมีแนวโน้มชะลอตัวและลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 66 สอดคล้องกับการผลิตก๊าซจากอ่าวไทยที่จะสามารถกลับมาผลิตได้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน ก็จะทำให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้าลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

“ขอให้รัฐพิจารณาหาโครงสร้างพลังงานที่เหมาะสม ให้ภาคธุรกิจและภาคบริการสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้” นายเกรียงไกร ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการ กกร. กล่าวเสริมว่า กกร. จะเสนอรัฐบาลเรื่องการตรึงค่าไฟภายใน 1-2 วันนี้

กู้เงิน 85,000 ล้านบาท บริหารภาระค่า Ft ครม.ไฟเขียวแล้ว

ข่าววันนี้

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนการกู้เงินวงเงินประมาณ 85,000 ล้านบาท เพื่อบริหารภาระค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ประจำปีงบประมาณ 2566 ส่วนมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานแก่ประชาชนในด้านค่าไฟฟ้าและราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) กระทรวงพลังงานจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยจะสามารถออกมาตรการช่วยเหลือได้ทันในรอบบิลเดือนนี้

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงในเรื่องของภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจะบูรณาการทำงานทั้งจากกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้า โดยจะเร่งรัดการส่งเสริม การติดตั้ง Solar Rooftop ให้เร็วขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสำหรับครัวเรือน

ที่มีศักยภาพในการติดตั้งได้ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่ ครม. อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กู้เงินจำนวนไม่เกิน 85,000 ล้านบาทในครั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้อนุมัติการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) และมอบหมายให้

กฟผ. ช่วยรับภาระค่า Ft ที่เพิ่มขึ้น โดยชะลอการนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 64 จนถึงงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 65 เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 87,849 ล้านบาท ที่จะเรียกเก็บกับประชาชนในระยะนี้เลื่อนออกไปก่อน ส่งผลให้ กฟผ. ต้องรับภาระอัตราค่า Ft ทำให้สภาพคล่องทางการเงินลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดยมีการประมาณการกระแสเงินสดของ กฟผ.ว่า จะขาดเงินสูงสุดในวันที่ 30 มี.ค. 66 จำนวนเงินประมาณ 74,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อบริหารภาระค่า Ft ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วย สัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) กู้เบิกเกินบัญชี ตั๋วสัญญาใช้เงิน

การทำ Trust Receipt (T/R) และการทำสัญญากู้เงินเมื่อทวงถาม (Call Loan) “การรับภาระค่า Ft ดังกล่าว จึงส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของ กฟผ. ในปี 65 ให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ กฟผ. จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อมาใช้เสริมสภาพคล่องในปี 66 ในวงเงินไม่เกิน 85,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการบริหารค่า Ft ตามนโยบายของรัฐบาล” นายอนุชา กล่าว

เคาะแล้ว! ช่วยค่าแก๊ส-ค่าไฟ แบ่งออกเป็น2กลุ่มดังนี้

ช่วยค่าแก๊ส ค่าไฟ

กบง. ช่วยค่าแก๊ส ค่าไฟ เคาะขยายเวลามาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ก๊าซหุงต้มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมออกมาตรการช่วยค่าไฟฟ้า 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ แก่ผู้ใช้ไฟฟ้า 2 กลุ่ม นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงข่าวในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง.

โดยสรุปผลการประชุมว่า ได้พิจารณาขยายเวลาบรรเทาปัญหาราคาปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG (ก๊าซหุงต้ม) ให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เพิ่มขึ้นอีก 55 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เป็น 100 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ซึ่งเดิมที จะสิ้นสุดเดือนกันยายนนี้ ได้ขยายเวลาช่วยเหลือไปอีก 3 เดือน

เท่ากับว่าจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2565  ซึ่งกรมธุรกิจพลังงาน จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบในหลักการ และของบประมาณต่อไป และยังได้เห็นชอบแนวทางช่วยเหลือมาตรการบรรเทาค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า 2 กลุ่ม คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านไม่เกิน 300 หน่วย และ กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 301-500 หน่วย ดังนี้

1. ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านไม่เกิน 300 หน่วย ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย ระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่กันยายน ถึง ธันวาคม 2565
2. กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 301-500 หน่วย ให้ส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า FT แบบขั้นบันได ในอัตรา 15 -75%

ทั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณตลอดเวลา 4 เดือน ราว 8,000 ล้านบาท สำหรับแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า 2 กลุ่มนี้ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้า 80 % ทั่วประเทศ สำหรับปัญหาค่าไฟฟ้าแพงขึ้น นายสุพัฒนพงษ์ ย้ำว่า ปัญหามาจากราคา LNG ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมา 3-5 เท่าตัว ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการหารือกันทุกสัปดาห์

ปรับขึ้นค่าไฟเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ เพิ่มเป็น 4.72 บาทต่อหน่วย

ปรับขึ้นค่าไฟ

ค่าเอฟที ในรอบเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 ปรับเพิ่มค่าเอฟทีอีก 68.66 สตางค์ต่อหน่วย รวมเป็นค่าเอฟทีทั้งสิ้น 93.43 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย การขึ้นค่าเอฟทีในช่วงปี้นี้ มีสาเหตุหลักๆ มาจากสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดจร (Spot LNG) ที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและพม่าที่ปริมาณลดลงอย่างมีนัยสำคัญรวมทั้งความผันผวนของ Spot LNG ในตลาดโลก

สภาวะสงครามรัสเซีย – ยูเครน ทำให้รัสเซียลดหรือตัดการจ่ายก๊าซธรรมชาติทางท่อไปยังยุโรป ทำให้ความต้องการ LNG เพิ่มขึ้นอย่างมากในยุโรปและส่งผลกระทบทางอ้อมต่อราคา LNG ในตลาดเอเชียและความไม่แน่นอนของแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศและในพม่ามารวมทั้งสภาวะตลาดที่ไม่เอื้อต่อการเจรจาสัญญา LNG

ทำให้ กกพ. ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อใช้เชื้อเพลิงสำรอง เช่น น้ำมันเตา น้ำมันดีเซล หรือเชื้อเพลิงประเภทอื่น เช่น ถ่านหิน พลังน้ำ และพลังงานทดแทน เพื่อรองรับ สถานการณ์ขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นสถานการณ์ต่อเนื่องจากปลายปี 2565 ต่อเนื่องถึงตลอดปี 2566

ตามแนวทางการบริหารเชื้อเพลิงในสภาวะวิกฤตที่ได้เสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ไปแล้ว จึงขอให้มีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดเพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ลดการนำเข้า Spot LNG และเพิ่มความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าในช่วงดังกล่าว