administrator administrator

เลือกตั้ง 66 เทียบนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมืองก่อนลงสนามชิงใจคน

เลือกตั้ง 66 เทียบนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมืองก่อนลงสนามชิงใจคน

ใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง 2566 แล้ว พรรคการเมืองแต่ละพรรค ต่างชูนโยบายเด็ดที่จะเป็นจุดขายครองใจประชาชนกันอย่างล้นหลาม ทั้งนโยบายกระตุ้น หรือฟื้นฟูเศรษฐกิจ การค้า-การลงทุน รวมถึงนโยบายประชารัฐ และการแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองมีนโยบายอะไรบ้าง ไปดูพร้อมๆ กัน

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

  • การประกันรายได้ จ่ายเงินส่วนต่าง ข้าว มัน ยาง ปาล์ม และข้าวโพด
  • เงินช่วยเหลือชาวนา 30,000 บาทต่อครัวเรือน
  • ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน
  • เงินอุดหนุนประมง 100,000 บาทต่อปี
  • ธนาคารหมู่บ้าน และชุมชน 2 ล้านบาท ทั่วประเทศ
  • ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี
  • ออกกรรมสิทธิ์ทำกินให้เกษตรกรที่อยู่ในที่ดินต่างๆ ของรัฐ

พรรคเพื่อไทย

  • ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ดัน GDP ไทยโตเฉลี่ย 5% ต่อปี
  • ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน
  • เงินเดือนปริญญาตรีเริ่มต้น 25,000 บาท
  • ทุกครอบครัว มีรายได้ ไม่น้อยกว่า 20,000 บาทต่อเดือน
  • เติมเงินให้ทุกคนใช้จ่ายใกล้บ้านผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล
  • ไทยเป็น Blockchain Hub และ Fintech Center ของอาเซียน
  • ยกระดับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค

พรรคพลังประชารัฐ

  • เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาทต่อเดือน
  • สวัสดิการผู้สูงอายุ 60 ปี ได้รับเงิน 3,000 บาท, อายุ 70 ปี ได้รับเงิน 4,000 บาท และอายุ 80 ปี ได้รับเงิน 5,000 บาท
  • เร่งออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทุกประเภทเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด จัดที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้คนไร้ที่ทำกินกว่า 2 ล้านราย

พรรครวมไทยสร้างชาติ

  • เพิ่มสิทธิบัตรสวัสดิการพลัสเป็น 1,000 บาทต่อเดือน และสิทธิเบิกฉุกเฉิน 10,000 บาทต่อคน
  • ตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชนวงเงิน 30,000 ล้านบาท
  • คืนเงินสะสมชราภาพ 30% ให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยไม่ต้องรอครบกำหนดอายุ
  • โครงการปลดหนี้ด้วยงาน

พรรคชาติพัฒนากล้า

  • ลดภาษีบุคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี
  • รื้อโครงสร้างพลังงาน น้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า ต้องถูกลง
  • ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร รื้อระบบสินเชื่อ
  • ทุนธุรกิจสร้างสรรค์สูงสุดรายละ 1 ล้านบาท ไม่จำกัดวุฒิและวัย

พรรคภูมิใจไทย

  • พักหนี้ 3 ปี หยุดต้นปลดดอกเบี้ยคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • เกษตรร่ำรวยด้วย Contract Farming รู้ราคาก่อนปลูกรับเงินก่อนขาย
  • ลดภาษี 2 ทาง ผู้ให้-ผู้รับ วัยทำงานต้องไม่เสียภาษีซ้ำซ้อน (ใช้ VAT เพื่อหักภาษีส่วนบุคคลสูงสุด 150,000 บาท/ปี)
  • ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้าหลังคาเรือนละ 450 บาท

ธอส. จับมือ SAM จัดทำ “โครงการสินเชื่อบ้าน บสส. (SAM) by GHB”

ธอส. จับมือ SAM จัดทำ “โครงการสินเชื่อบ้าน บสส. (SAM) by GHB”

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าประชาชนที่ต้องการซื้อบ้านมือสอง(ทรัพย์ NPA) จากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ได้มีโอกาสเข้าถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษได้ง่ายยิ่งขึ้น ผ่าน

“โครงการสินเชื่อบ้าน บสส. (SAM) by GHB” กรอบวงเงินรวม 800 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 – 3 เท่ากับ MRR-2.60% ต่อปี (3.80%) ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% (5.40%) และกรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% (5.90%) กรณีกู้ซื้ออุปกรณ์ฯ = MRRวัตถุประสงค์การให้กู้ เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ขยาย

ซ่อมแซม และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย โดยผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นปีแรกเพียงเดือนละ 4,700 บาทเท่านั้น สามารถลดภาระการผ่อนชำระเงินงวดลงเมื่อเทียบกับการผ่อนเงินดาวน์เฉลี่ยเดือนละ 2,000-3,000 บาท ยื่นคำขอกู้อนุมัติและทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2567

นายธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า รู้สึกยินดีและขอขอบคุณ ธอส. ในการลงนาม MOU ครั้งนี้ ซึ่งนำมาสู่การเปิดตัวแคมเปญ “สินเชื่อบ้าน บสส. (SAM) by GHB” และโปรโมชั่น “กู้ได้ให้เลย” ซึ่งเป็นการให้บริการทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่าของ SAM ควบคู่กัน โดยความร่วมมือที่เกิดขึ้น มีส่วนสำคัญ

ในการเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าหรือผู้สนใจที่กำลังมองหาหรือต้องการซื้อทรัพย์สินเพื่อการอยู่อาศัย อาทิ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ฯลฯ ในทำเลดีและราคาเหมาะสมทั่วประเทศจาก SAM ด้วยวิธีเสนอซื้อตรงหรือประมูล จะได้รับสิทธิ์และอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ในการขอสินเชื่อผ่าน ธอส. พร้อมบัตรสมนาคุณเพิ่มเติมจาก SAM ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ส่วน

ลูกค้าเก่าของ SAM ที่อยู่ในโครงการ SAM Super Light ซึ่งขณะนี้มีลูกค้าอยู่ระหว่างผ่อนชำระจำนวน 364 รายนั้น สามารถยื่นขอสินเชื่อตามเงื่อนไขของโครงการได้เช่นกัน และคาดว่าจะได้รับความสนใจและตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วม “โครงการสินเชื่อบ้าน บสส. (SAM) by GHB” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL, GHB ALL GEN และwww.ghbank.co.th หรือช่องทางของ SAM Call Center 02-686-1888 สำหรับช่องทางการติดต่อ SAM สามารถดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว ID Line @Samline ติดตาม Facebook Fanpage ทรัพย์มือสองต้อง SAM หรือ SAM NPA Channel บน YouTube เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM

โอกาสมาแล้ว! เตรียมระดมทุนสู่การเติบโตทางธุรกิจ-เข้าตลาดหลักทรัพย์

โอกาสมาแล้ว! เตรียมระดมทุนสู่การเติบโตทางธุรกิจ-เข้าตลาดหลักทรัพย์

นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท พรีแพร์ ฟอร์ ไอพีโอ จำกัด จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการในการระดมทุนสู่การเติบโตทางธุรกิจ(DIPROM Capital Market) ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการในการระดมทุนเพื่อเข้าจดทะเบียนใน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้พบกับสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้านการระดมทุนระดับประเทศ สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ อาทิ นายกระทรวง จารุศิระ นักลงทุน ผู้ก่อตั้ง ซุปเปอร์เทรดเดอร์ นายปุณญวีร์ จันทรขจร ผู้ก่อตั้ง บลป. ควันตัม เว็ลธ์

ผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ทั้งในเรื่องเส้นทางสู่การระดมทุนเพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แนวโน้มเศรษบกิจโลกปัจจุบันในการลงทุนของกองทุน การเตรียมตัวก่อนเข้าระดมทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ Crowdfunding ทางเลือกแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี แนะนำแหล่งเงินทุนใหม่ๆ ของเอสเอ็มอี เช่น

Private Equity และ Venture Capital การจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจและวิธีการเตรียมตัวนำเสนอ Pitching ต่อนักลงทุน และ IPO Case Study รวมทั้ง Business Matching

ราคาทองวันนี้ 8มีนาคม66 ครั้งที่ 1 ลดลง 50 บาท

ราคาทองคำวันนี้

ราคาทองวันนี้ เป็นอย่างไรกันบ้าง มาดูกานอัปเดตกัน ราคาทอง ราคาทองคำ ประจำวันพุธที่ 8 มีนาคม 2566 เวลา 09:26 น. ครั้งที่ 1 ลดลง 50 บาท

ราคาทองวันนี้ 8 มีนาคม 2566 ราคาทองรูปพรรณ และราคาทองคำแท่ง

ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 30,050.00 บาท ขายออกบาทละ 30,150.00 บาท

ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 29,516.52 บาท ขายออกบาทละ 30,650.00 บาท

ราคาทองวันนี้ 2 สลึง หรือ 50 สตางค์

ทองคำแท่ง 2 สลึง รับซื้อ 15,025 บาท ขายออก 15,075 บาท

ทองรูปพรรณ 2 สลึง รับซื้อ 14,758.26 บาท ขายออก 15,325 บาท

ราคาทองวันนี้ 1 สลึง

ทองคำแท่ง 1 สลึง รับซื้อ 7,512.5 บาท ขายออก 7,537.5 บาท

ทองรูปพรรณ 1 สลึง รับซื้อ 7,379.13 บาท ขายออก 7,662.5 บาท

ราคาทองวันนี้ 1/2 สลึง (ครึ่งสลึง)

ทองคำแท่ง 1/2 สลึง(ครึ่งสลึง) รับซื้อ 3,756.25 บาท ขายออก 3,768.75 บาท

ทองรูปพรรณ 1/2 สลึง(ครึ่งสลึง) รับซื้อ 3,689.565 บาท ขายออก 3,831.25 บาท

สิทธิลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน 2566 ชิงส่วนลดที่พัก 40%

สิทธิลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน 2566 ชิงส่วนลดที่พัก 40%

เราเที่ยวด้วยกัน 2566 เปิดให้คนกลุ่มใหม่ หรือคนที่ไม่เคยร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ได้ลงทะเบียนบนเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ตั้งแต่ 27 ก.พ.–2 มี.ค. 66 ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น.โดยเงื่อนไขและรายละเอียดเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 มีดังนี้

สนับสนุนส่วนลดค่าโรงแรมที่พัก เราเที่ยวด้วยกัน

  • รัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน ทั้งนี้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน
  • จำกัดสิทธิคนละไม่เกิน 5 ห้อง หรือ 5 คืน
  • เมื่อจองที่พักแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้แต่สามารถเลื่อนวันเข้าพักได้ การเลื่อนเข้าพักต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด

สนับสนุนส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว

  • รัฐบาลจะสนับสนุนคูปองอาหาร-ท่องเที่ยวมูลค่า 600 บาทต่อห้องต่อคืน ให้กับประชาชน เมื่อ check-in โรงแรมสำเร็จ
  • จะได้รับคูปองอาหาร-ท่องเที่ยว วันละ 1 ครั้ง หลังเวลา 17:00 น. ของวัน check-in โดยคูปองจะหมดอายุเวลา 23:59 น. ของวัน check-out
  • คูปองอาหาร-ท่องเที่ยวสามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยประชาชนชำระ 60% และรัฐบาลสนับสนุนอีก 40% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง

คุณสมบัติผู้ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน 2566

  • เป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 1-4 หรือคนกลุ่มเก่า

ทั้งนี้ เมื่อได้รับสิทธิเมื่อลงทะเบียนสำเร็จ และใช้จ่ายในโรงแรม ร้านอาหาร หรือ สถานที่ท่องเที่ยว ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้านของผู้ใข้สิทธิสำหรับประชาชน โปรดอ่านเงื่อนไขโครงการฉบับเต็มได้ที่หน้า หลักเกณฑ์ของประชาชน เฟส 5

คลินิกแก้หนี้ปรับเกณฑ์รองรับรายใหม่ รายละเอียดดังนี้

คลินิกแก้หนี้ปรับเกณฑ์รองรับรายใหม่ รายละเอียดดังนี้

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ ได้มีมติปรับเกณฑ์คุณสมบัติการสมัครเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ โดยขยายให้ครอบคลุมลูกหนี้ที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย จากเดิมก่อนวันที่ 1 กันยายน 2565

เป็นก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อรองรับหนี้เสียรายใหม่ให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป คณะกรรมการฯ ยังอยู่ระหว่างกำหนดแนวทางปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อให้โครงการสามารถช่วยแก้ปัญหาหนี้เสียจากบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ได้ครอบคลุมและทันเวลายิ่งขึ้น

น.ส.สิริธิดา ระบุว่า แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้น แต่จากสถานการณ์ที่ยังมีความผันผวน พบว่าปัญหาหนี้ส่วนใหญ่ยังคงมีอยู่ และกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับคำขอปรับโครงสร้างหนี้ส่วนใหญ่ ภายใต้มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ : มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน ที่ ธปท. ได้จัดร่วมกับกระทรวงการคลัง ในช่วงที่ผ่านมา

ข่าวปลอม! กู้เงินกรุงไทย 50,000-300,000 บาท กู้ได้ทุกอาชีพ

ข่าวปลอม! กู้เงินกรุงไทย 50,000-300,000 บาท กู้ได้ทุกอาชีพ

กู้เงินกรุงไทย 50,000-300,000 บาท กู้ได้ทุกอาชีพจริงหรือเปล่า ล่าสุดธนาคารกรุงไทยตอบแล้ว ตามที่มีข้อมูลในประเด็นเรื่องเพจเฟซบุ๊กชื่อ เงินด่วน เพื่อคุณ เป็นเพจของธนาคารกรุงไทย เปิดให้กู้ทุกอาชีพ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางธนาคารกรุงไทย พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

จากกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “เงินเด่วน เพื่อคุณ” ใช้โลโก้ของธนาคารกรุงไทย โพสต์เชิญชวนให้ประชาชนลงทะเบียนกู้ในวงเงิน 50,000–300,000 บาท ทุกอาชีพ ทางธนาคารกรุงไทย ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ มีการแอบอ้างนำชื่อและโลโก้ของธนาคารไปใช้ สร้างความสับสนแก่ประชาชน

โดยธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น และธนาคารไม่มีนโยบายในการส่งลิงก์เพื่อให้ประชาชนกรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ หรือเปิดให้ลงทะเบียนผ่านโปรแกรมสนทนาอื่นๆ

ดังนั้น ประชาชนควรระมัดระวังในการกรอกข้อมูลและไม่ควรกดลิงก์แปลกน่าสงสัยที่ส่งโดยไม่ทราบที่มาชัดเจน และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ Krungthai Contact Center 02-111-1111 หรือแจ้งผ่าน Facebook : Krungthai Care

เช็กเงินประกันรายได้ข้าว-เงินเยียวยาชาวนา ธ.ก.ส. 

เช็กเงินประกันรายได้ข้าว-เงินเยียวยาชาวนา ธ.ก.ส. 

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่าธ.ก.ส. เตรียมโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีเกษตรกรผ่านมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 แก่เกษตรกรอีกกว่า 9,184 ครัวเรือน เป็นจำนวนเงิน 24.91 ล้านบาท ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ โดยแบ่งเป็น โครงการ

สนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 (โครงการไร่ละพัน) ครั้งที่ 12 เป็นเงินกว่า 21.72 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ได้รับประโยชน์จำนวน 3,302 ครัวเรือน และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 งวดที่ 19 และงวดที่ 1 – 18 (เพิ่มเติม) เป็นเงินกว่า 3.19 ล้านบาท และมีผู้ได้รับประโยชน์จำนวน 5,882 ครัวเรือน

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้เริ่มดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ประกอบไปด้วย โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 (โครงการไร่ละพัน) ไปแล้วจำนวนกว่า 53,896.82 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ได้รับประโยชน์จำนวน 4.62 ล้านครัวเรือน และ

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 งวดที่ 1 – 17 จำนวนเงิน 7,847.73 ล้านบาท ซึ่งมีผู้ได้รับประโยชน์ไปแล้ว 2.60 ล้านครัวเรือน โดยเกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile และ A-Mobile Plus ตลอด 24 ชั่วโมงและจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน LINE Official BAAC Family

กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ BAAC Connect รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ สำหรับเกษตรกรที่มีข้อสอบถามเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวนี้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center 02 555 0555

ยาคูลท์ ประกาศขึ้นราคาในรอบ 11 ปี มีผล 1 มีนาคม 66

ยาคูลท์ ประกาศขึ้นราคาในรอบ 11 ปี มีผล 1 มีนาคม 66

เพจเฟซบุ๊ก ยาคูลท์ ประเทศไทย โพสต์ข้อความระบุ ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ต้นทุนในการผลิตนมเปรี้ยวยาคูลท์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ “ยาคูลท์” มีความจำเป็นต้อง “ขอปรับราคาจำหน่ายสินค้า เพิ่มขึ้น 1 บาทต่อขวด” โดยจะขอปรับขึ้นราคาสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 66

“สาวยาคูลท์” ขอขอบพระคุณลูกค้าที่เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีโอกาสได้ส่งต่อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เพื่อดูแลสุขภาพของคุณลูกค้าตลอดไป

ผู้นำ แนะรับมือความท้าทายในโลกธุรกิจปี 2023

ผู้นำ แนะรับมือความท้าทายในโลกธุรกิจปี 2023

เมื่อ “โลก” ก้าวสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและไม่สามารถบ่งบอกถึงจุดสิ้นสุดได้ จากหลายปัจจัยทั้งเรื่องปัญหาการเมืองระหว่างประเทศและความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ ล้วนคาดเดาได้ยาก และส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม แม้ในปี 2023 ทั่วโลกจะผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 มาแล้ว แต่ก็ยังมีความเสี่ยงและความท้าทายที่คาดเดาไม่ได้รออยู่ ทำให้แสงสว่างที่เห็นก็ยังดูมัว ๆ ไม่สดใสนัก

ในโลกธุรกิจปัจจุบัน “การปรับตัว” ขององค์กร เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหัวใจสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรคือ “Leadership” หรือ “ผู้นำ” ที่เปรียบได้เสมือน “โค้ช” คอยชี้แนะแนวทางการทำงาน และกำหนดกลยุทธ์เพื่อนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย

โดยมุมมองและแนวคิดของผู้นำองค์กร 3 ท่าน ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับความท้าทายของผู้นำในโลกธุรกิจปี 2023 ผ่านเวทีเสวนาหัวข้อ “Leadership In 2023 Business World” จัดโดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) ยิ่งตอกย้ำความเชื่อที่ว่า “การมีผู้นำที่ดี จะนำพาองค์กรให้ก้าวผ่านได้ทุกอุปสรรค”